[แปล]kimi ni todoke original story1(1/5)

posted on 06 May 2011 14:31 by takochan in translate
เอามาแปะสลับกะไดอารี่ฮ่ะ เมื่อคราวก่อนแปลคุณกินก็แปลไม่จบ คราวนี้ศัพท์ง่ายกว่าเยอะ หวังว่าจะประสบความสำเร็จ T T
 
นิยายออริของคิมินิ เล่าเรื่องช่วงก่อนที่ตัวละครทั้งหลายในเรื่องจะมาเจอกันตอนม.ปลายค่ะ ก็เอาเป็นว่าเป็นเรื่องอดีตนั่นแหละ
 
 
แอบไปเอาปกที่อื่นมา เลยได้เล็กแค่นี้แล
 
เอาเป็นว่าไปลองอ่านกันเลยดีกว่า มันน่ารักมากจนอยากให้คนอื่นได้อ่านกัน ขอแปลแบบไม่คิดมูลค่า หาสาวก ฮ่าๆ
 
หวังว่าจะแปลไปได้เรื่อยๆ...........
 

ตอนที่ 1 หากถึงวันพรุ่งนี้

               กลีบซากุระสีจางพริ้วไปตามลม เด็กสาวในชุดนักเรียนใหม่ ยื่นมือคว้ากลีบหนึ่งที่ร่วงลงมาไว้ได้

              คุโรนุมะ ซาวาโกะ เจ้าของผิวขาวซีดผมสีดำสนิททิ้งตัวลงมาถึงกลางหลัง เต็มไปด้วยความหวังต่อวันที่เธอรอคอย

              วันนี้ คือวันปฐมนิเทศโรงเรียนมัธยมต้น

               ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง  ซาวาโกะรอวันที่จะได้ขึ้นชั้นมัธยมมานานหลายปี ทั้งดีใจและตื่นเต้น แถมเมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ

              ซาวาโกะคิดย้อนกลับไปสมัยประถมที่ไม่มีเพื่อนสนิทเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นหากขึ้นชั้นมัธยมแล้ว เธอตั้งใจจะหาเพื่อนให้ได้เยอะๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะสนิทกับทุกคนในชั้นด้วย

                กลีบซากุระที่ร่วงลงมาทั้งบนผมและบนไหล่ของซาวาโกะ กลีบซากุระที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูรูปหัวใจนั้น เหมือนให้คำสัญญาซึ่งถูกฉายในแววตาของซาวาโกะว่าหลังจากนี้วันที่สนุกสนานจะเริ่มต้นขึ้น       

หลังจากที่ดูประกาศแบ่งชั้นเรียน ซาวาโกะก็เข้าไปในห้องเรียน

                ซาวาโกะนั่งที่โต๊ะอย่างตื่นเต้นและหันมองไปมารอบๆ  ขณะนั้นเองก็มีเด็กผู้หญิงที่นั่งโต๊ะข้างๆทักขึ้น  คงจะไม่ใช่เด็กที่มาจากโรงเรียนประถมเดียวกัน เนื่องจากไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

                “นั่งข้างๆกัน ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ”

                “อ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ ฉัน คุโรนุมะ ซาวาโกะ....”

ในระหว่างที่ซาวาโกะยังแนะนำตัวไม่ทันเสร็จนั้นเอง

                “ด..เดี๋ยวก่อน!”

นักเรียนหญิงอีกคนหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกับเข้ามาดึงไหล่ของนักเรียนหญิงที่นั่งข้างๆ คนนั้น

                “ไม่ได้นะ ถ้าคุยกับเด็กคนนั้นจะแย่เอานะ”

แม้จะกระซิบที่ข้างหู แต่ซาวาโกะก็พอจับใจความได้

                “เอ๋ ทำไมล่ะ?”

                “เมื่อกี้ได้ยินข่าวลือมา เด็กคนนั้นน่ะ ถูกเรียกว่า ซาดาโกะล่ะ มีสัมผัสวิญญาณ ถ้าทำเรื่องให้ไม่พอใจเข้าล่ะก็จะถูกสาปล่ะ”  

นี่แหละ

เพราะเรื่องนี้ ทำให้ซาวโกะเจ็บปวดมาตลอด

แรกเริ่มเดิมที สมัยเด็กแค่เพื่อนเผลอเรียกชื่อผิดจาก ซาวาโกะ เป็น ซาดาโกะ

เรื่องก็แค่นั้นแท้ๆ แต่เพราะภายนอกของซาวาโกะดันไปเหมือนเปี๊ยบกับตัวเอกหนังสยองขวัญชื่อดัง “ซาดาโกะ”  แล้วก็ไม่รู้ต้งแต่เมื่อไรที่มีเรื่องสัมผัสวิญญาณตามมาด้วย

สมัยก่อน ถ้าจะให้บอกว่าเป็นเด็กที่เอาแต่เล่นอยู่คนเดียวก็ใช่อยู่ แต่ความจริงเพราะข่าวลือนี้ เลยทำให้ช่วงประถมหาเพื่อนไม่ได้เลยซักคนเดียวต่างหาก เพราะอย่างนั้นคราวนี้ที่ขึ้นชั้นมัธยม คิดว่าข่าวลือนั้นจะหายไปได้ซะอีก

“ไม่ใช่นะ ไม่มีสัมผัสวิญญาณหรอกจ้ะ แค่เป็นคนที่ดูไม่ค่อยสดใสเท่านั้นเอง.....”

นักเรียนหญิงที่นั่งข้างๆยังทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ด้วยท่าทางจดๆจ้องๆ ท่าทีที่ดูเป็นมิตรเมื่อกี้เลยหายวับไป

 

ขึ้นชั้นมัธยมมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ซาวาโกะยังหาเพื่อนไม่ได้เลยซักคน เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆก็พยายามหาเพื่อนที่เข้ากันได้ ตอนทำความสะอาดก็เหมือนกัน ดูเหมือนว่าจะคุยกันสนุกสนานมากกว่าลงมือทำความสะอาดซะอีก  มีแค่ซาวโกะคนเดียวที่ก้มหน้าก้มตากวาดฝุ่นที่อยู่บนพื้น

การหาเพื่อนที่มันยากจังน้า....ซาวาโกะถอนหายใจเบาๆแล้วก็มองไปรอบๆห้องทั้งๆที่มือยังกำไม้กวาด

บอร์ดในห้องมีของติดอยู่ก็จริง แต่ก็ติดแบบมั่วซั่ว คงเป็นของที่เหลือจากปีที่แล้ว ที่กำแพงก็มีรอยปากกาเป็นจุดๆ  ดอกเซเรเนียมในกระถางใบก็เฉาๆ ชั้นหนังสือหลังห้องก็มีหนังสือเก่าๆวางซ้อนกันเป็นสิบๆเล่ม กระดาษขาดๆหรือ เสื้อพละสีซีดๆก็ถูกยัดเอาไว้ ที่นั่นเช่นกัน

                ค่อยๆจัดการไปทีละอย่างละกัน  ซาวาโกะคิด

ตั้งแต่สมัยประถมซาวาโกะก็เป็นคนคอยจัดเก็บของในห้องให้เป็นระเบียบ นอกจากหน้าที่ที่รับผิดชอบ เรื่องที่ตัวเองรู้สึกติดใจไม่สบายใจก็จัดการด้วย

ถึงจะไม่มีคนชมแต่ก็ไม่มีคนห้าม ซาวาโกะรู้สึกว่าแค่เป็นประโยชน์กับทุกคนในห้องก็ดีใจแล้ว นอกจากนั้น การทำงานให้กับห้อง ถึงจะไม่มีเพื่อนแต่ก็ได้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน

ก่อนอื่น จัดการที่ชั้นนั้น แล้วก็ปลูกดอกเซเรเนียมใหม่ ขณะที่ซาวาโกะคิดตาก็ไปหยุดอยู่ที่ด้านบนของล็อกเกอร์ที่ใช้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด มีกระป๋องสี่เหลี่ยมสีทองขนาดใหญ่ วางอย่างลวกๆอยู่บนนั้น คงเพราะแรงกระแทกฝากระป๋องจึงปิดไม่สนิท

อันนั้นก็อันตรายเหมือนกันนะ ตอนที่ซาวาโกะคิด นักเรียนชายที่กำลังเล่าเรื่องสนุกออกรสชาติ ก็ไปชนล็อกเกอร์ สะเทือนไปถึงกระป๋องบนนั้น

“ล็อกเกอร์!!!อันตราย!!!”

ตอนที่ซาวาโกะตะโกนนั้นเอง ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่กระป๋องร่วงลงมา มีเสียงอื้ออึงตกใจมาจากนักเรียนหญิง

นักเรียนชายที่พุ่งชนล็อกเกอร์ ตาค้าง ขาดูเหมือนถูกติดแน่นอยู่กับพื้น แต่ว่าโชคดีที่เขาไม่มีบาดแผลเลยซักนิด

ค่อยยังชั่ว...ซาวาโกะสูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่มีมีใครบาดเจ็บ ค่อยยังชั่ว

แต่เรื่องที่เพื่อนร่วมห้องพูดออกมาต่อจากนี้ เป็นเรื่องที่ตัวเองไม่คาดคิดมาก่อน

“ซาดาโกะ รู้อ่ะ!!!”

มีใครซักคนตะโกนขึ้นมา เลยเกิดความโกลาหลในหมู่นักเรียนคนอื่นๆ  พยากรณ์?....รู้เรื่องที่กระป๋องจะร่วงลงมาเหรอ?

“ไม่ใช่นะ เรื่องแบบนั้น ฉัน....”

ไม่ใช่นะ  พยากรณ์อะไรนั่นไม่ใช่ซักหน่อย แค่บังเอิญเห็นต่างหาก ซาวาโกะตั้งใจจะอธิบายไปแบบนั้น แต่ไม่มีใครฟังเรื่องที่ซาวาโกะพูดซักคนเดียว ทุกคนตื่นเต้นตกใจและพูดกันเหมือนส่งไม้ต่อในการวิ่งผลัด

“งั้น ก็เป็นฝีมือของวิญญาณเหรอ”

“หวา ห้องนี้มีวิญญาณด้วยเหรอ?”

“ไม่สิ เพราะซาดาโกะเรียกมา ก็เลยรู้ล่วงหน้าได้ไม่ใช่เหรอ?”

“ถ้างั้น...ซาดาโกะก็ให้วิญญาณทำ.....”

“เห ข่าวลือของซาดาโกะ เรื่องจริงเหรอ???”

ผลลัพธ์จึงออกมาแบบนี้ โดยไม่ทันตั้งตัว

ทำไมล่ะ  ทำไม ทำไมกลายเป็นแบบนี้

“เอ่อ....คือว่า จริงๆแล้วไม่ใช่นะ....ฉันไม่ใช่คนที่มีความสามารถพิเศษแบบนั้นหรอกนะ......”

เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่ซาวาโกะเข้าไปพูดด้วย ร้องกรี๊ดแล้วก็หนีไปหลบอยู่ที่มุมห้อง นักเรียนคนอื่นจึงทำตาม

ทำให้เกิดช่องว่างรอบๆตัวซาวาโกะ อีกฟากของช่องว่างนั้นราวกับมีกำแพงใสๆกั้นอยู่ ทุกคนเกาะกลุ่มกัน จ้องมาที่ซาวาโกะด้วยสายตาหวาดกลัว

ทั้งๆที่ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย

ทั้งๆที่ซาวาโกะไม่เคยเล่าเรื่องนั้นเลยซักครั้งเดียว แต่เหตุการณ์นั้นก็รู้ไปทั่วทั้งโรงเรียนแล้ว

ทำดราฟไว้เป็นเดือนแต่เพิ่งได้อัพอ่ะฮ่ะ~~~ยังเหลืออีกสี่ช่วง..........

Comment

Comment:

Tweet

Tags